Filed under: See How They Live : Singapore-Malaysia
เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆ ยกขึ้น แล้วมันก็กระพริบถี่ๆี่ ตามด้วยอาการขมวดคิ้วอีกที
ส่งผลให้เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงอย่างสนิทแน่นอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
มองดูเพดานที่ตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างเข้ามาระบายให้มันเป็นสีขาวอีกครั้งหลังจากที่
เมื่อคืนมันกลับเป็นสีดำ ตามวงจรการเปลี่ยนสีของมัน
ห๊า! สว่างแล้ว… ผมเอามือคลำหานาฬิกาข้อมือที่ถอดไว้ข้างหมอนมาดู เข็มสั้นชี้ที่เลข 6
ส่วนเข็มยาวเลยเลข 12 ไปได้ไม่เท่าไหร่ ผมรีบกระเด้งตัวขึ้นจากที่นอน คว้าโทรศัพท์
มือถือมาดูอีกทีให้แน่ใจ ว่าทำไมมันไม่ปลุกผม อย่างที่โปรแกรมมันไว้ให้ปลุกตอนตี 5
เครื่องออกเวลา 7 โมง กับอีก 5 นาที ตาย! ตาย! ตาย!
ผมวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วก็มองหน้าตัวเองในกระจกเพื่อตั้งสติ แต่มันยิ่งทำให้ผมสติแทบหลุด
เพราะสภาพตื่นนอนที่หัวกระเซอะกระเซิง… มีเวลาเหลือไม่ถึงชั่วโมงแล้วที่จะต้องรีบไป
ให้ถึงสนามบิน ผมหยิบแปรงฟันและปีบยาสีฟันใส่ลงไปแล้วยัดเข้าปาก จัดการดึงเข้าดึง
ออกอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงนาทีน้ำสีขาวๆ ฟองฟอดก็ล้นทะลักปาก ผมรีบบ้วนน้ำเปล่าตาม
แล้วออกมาคว้าชุดที่เตรียมไว้เมื่อคืนใส่อย่างรีบเร่ง แล้วก็เปิดตู้เสื้อผ้าควานหาหมวกที่
แขวนไว้มาครอบหัวปกปิดสภาพหัวเยินๆ ที่ไม่มีเวลาที่จะจัดการกับมันอีกต่อไปแล้ว…
คว้ากระเป๋าได้ก็รีบวิ่งออกจากห้อง ล็อคประตูไป วิ่งไปที่ลิฟท์ ผมจิ้มนิ้วลงไปกดปุ่มเรียก
ลิฟท์อย่างไม่ยั้งมือ เวลาที่เรารนและเร่งรีบอะไรๆ มันจะดูช้าลงไปกว่าที่มันควรจะเป็นเสมอ
อีกมือหนึ่งจิ้มเรียกลิฟท์ มืออีกข้างยกนาฬิกาขึ้นมาดูไม่ละสายตา เข็มวินาที ที่ปกติผมแทบ
ไม่เคยได้ยินเ้สียงของมัน ก็ส่งเสียงชัดเจนขึ้น แต็ก – แต็ก – แต็ก เป็น…
แต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็ก
แต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็กแต็ก
ทันทีที่เข้าไปอยู่ในลิฟท์ได้ผมแทบอยากจะขย่มมันให้ลงจากชั้น 11 ไปถึงชั้น 1 อย่างรวดเร็ว
พรวดออกมาจากลิฟท์ได้จนมาถึงหน้าตัวอาคารเห็นแท็กซี่จอดรอตามคิว ผมสื่อภาษากาย
ยกนิ้วชี้ ชี้ขึ้นแล้วพยักหน้าเป็นอันรู้กันว่า แท็กซี่คันหนึ่ง ด่วน!
แล้วผมก้ใช้เวลาเสี้ยววินาทีหันไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ที่อยู่ด้านหลัง กำเงินออกมาจากตู้
เป็นธนบัตรชนิดละ 1000 บาทจำนวน 10 ใบ แล้วกระโดดขึ้นแท็กซี่ที่เคลื่อนตัวมาบรรจบยัง
จุดที่ยืนอยู่ทันที
“ไปสุวรรณภูมิด่วนครับพี่”
“ขึ้นทางด่วนเลยนะ” โชเฟอร์เสนอ
“ได้ึครับ ด่วนที่สุดเลยพี่” ผมสนอง
ผมหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาคว้าํแบ็งค์ ยี่สิบสองใบยื่นให้โชเฟอร์เป็นค่าทางด่วน และเมื่อ
ทุกอย่างเหนือการควบคุมของผมแล้ว หน้าที่ต่อจากนี้ผมโยนขี้ให้พี่โชเฟอร์ไปแล้วที่
จะต้องรับภาระพาผมไปถึงสนามบินให้่เร็วที่
เพียงแว๊บแรกที่ผมรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังหายใจเข้า ปกติเวลาที่เราจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เรามักจะลืมว่าเรากำลังหายใจอยู่หรือไม่ แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามานั่งในสมองที่เพิ่งตื่นตระหนกมา
..The Secret..
เหมือนมีใครอีกคนในตัวผมก็ออกคำสั่งว่า คิดบวกสิ คิดบวกเข้าไว้ คิดไว้ว่ายังไงเราก็ไปทัน
ตอนนี้ที่เค้าน์เ้ตอร์เช็คอินเตรียมออก Boarding Pass รอเราไว้แล้ว เดี๋ยวเราก็ไปถึงทันเวลาพอดี
เขารับเราเป็นผู้โดยสารคนสุดท้ายเพื่อไปรอใน Gate ร่วมกับผู้โดยสารอื่นๆ…
โปรดติดตามตอนต่อไป….